Talk to Daniel Cole ว่าจะมาเป็น ‘RAGDOLL ศพตุ๊กตา’

บทสัมภาษณ์

ศพตุ๊กตา เป็นนิยายอาชญากรรมระทึกขวัญที่เขียนได้ยอดเยี่ยมมาก คุณเป็นแฟนหนังสือแนวนี้ใช่ไหม?

Talk to Daniel Cole

กว่าจะมาเป็น ‘RAGDOLL ศพตุ๊กตา’

Daniel Cole ผู้เขียน RAGDOLL ศพตุ๊กตา

ศพตุ๊กตา เป็นนิยายอาชญากรรมระทึกขวัญที่เขียนได้ยอดเยี่ยมมาก คุณเป็นแฟนหนังสือแนวนี้ใช่ไหม?

ผมได้รับอิทธิพลจากทีวีมากยิ่งกว่าอะไร แม้ว่าผมจะชอบรายการแนวอาชญากรรมบางเรื่องของอังกฤษมาก แต่ธีมทั่วไปของรายการพวกนี้ดูไม่ค่อยมีสีสัน ดิบเถื่อนสมจริง และดูหม่นอยู่เสมอ แต่ของอเมริกามักจะออกไปในแนวน้ำเน่าและเล่นมุกมากเกินไป (มีตอนหนึ่งของเรื่องแคสเซิลที่พวกเขาตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นนักสืบยุค 1920 ผมเลิกดูเรื่องนี้ไปเลย)

ดังนั้น พอผมเริ่มเขียนบท (ซึ่ง ศพตุ๊กตา เป็นหนึ่งในนั้น) ผมจึงตั้งเป้าว่าจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ให้ดีที่สุด นั่นคือเรื่องราวที่หลบหนีจากโลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็ยังยึดโยงอยู่กับความเป็นจริง...การเลือกเฟ้นแง่มุมที่ผมชอบที่สุด และพยายามทำให้พวกมันเข้ากันได้อย่างลงตัว

ในแง่ของหนังสือ ผมชอบงานที่ขายได้ ผมชอบงานสไตล์ของ โรเบิร์ต กัลเบรทส์ และ สติก ลาร์สันส์...ผมเป็นแฟนหนังสือแนวนี้

ตัวละครหลักทุกตัวมีบุคลิกโดดเด่นมาก พวกเขามีที่มาจากคนที่คุณรู้จักหรือเปล่า คุณมีตัวละครโปรดไหม?

ผมไม่มีตัวละครโปรด

วูล์ฟเป็นการผสมผสานของฮีโรกับฮีโรสายดาร์กทุกคนที่ผมโปรดปราน เขาเป็นส่วนหนึ่งของกัปตันมัล เรย์โนลส์ จากเรื่อง ไฟร์ฟลาย ส่วนหนึ่งของซอว์เยอร์จากเรื่อง ลอสต์ ที่แน่ๆ เขามีความเป็น ริก ไกรม์ส จากเรื่อง วอล์กกิงเดด อยู่บ้าง เสริมด้วยความบ้าระห่ำของ มาร์ติน ริกก์ส จากเรื่องริกก์ส คนมหากาฬ และคนอื่นๆ ด้วย

ตัวละครทุกตัวไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ ยกเว้นแบกซ์เตอร์ที่อ้างอิงคร่าวๆ จากเมโลดี น้องสาวที่แสนวิเศษของผม และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของผม

พลอตของคุณร้อยเรียงได้กระชับมาก มีจุดหักมุมและเงื่อนงำสารพัด คุณวางพลอตไว้ละเอียดยิบตั้งแต่เริ่มต้นเขียนหรือเปล่า?

ผมเริ่มต้นเขียนด้วยการเปิดเรื่องให้น่าติดตาม จบแบบทำให้ช็อก และปล่อยให้เรื่องราวพัฒนาจากจุดนั้นเสมอ ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเขียนยังไง แต่ผมพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากขณะที่ผมเริ่มใส่คำพูดลงบนแผ่นกระดาษ จึงเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆ ในการวางแผนอะไรล่วงหน้า

ก็อย่างที่ผมพูดไปแล้วว่า ศพตุ๊กตา มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากจนผมไม่รู้ว่าตัวเองจับทุกอย่างมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันได้ยังไง ผมคิดว่าผมต้องขอบคุณจดหมายปฏิเสธที่ผมได้รับมาหกปี มันทำให้ผมมีเวลาเยอะในการคิดถึงเรื่องนี้

จุดแข็งที่แท้จริงของ ศพตุ๊กตา คืออารมณ์ขัน เรื่องนี้สำคัญสำหรับคุณไหมเวลาเขียนหนังสือ?

ทุกคนที่รู้จักผมดีจะบอกคุณว่าผมไม่เคยจริงจังกับอะไรมากนัก มันอาจจะน่าหงุดหงิดมาก ปกติแล้วผมจะเบื่อมากถ้าหนังสือเล่มไหนไม่สามารถทำให้ผมยิ้มได้ทุกๆ สองสามหน้า มีเรื่องหนึ่งที่ไม่น่าสนใจแต่มีความเกี่ยวข้องด้วย (นานมาแล้วก่อนที่บรรณาธิการที่แสนวิเศษของผมจะเข้ามาร่วมงานกับผม) ที่แนะนำให้ผมถอดอารมณ์ขันออกจากหนังสือให้หมดถ้าผมอยากมีโอกาสตีพิมพ์ ผมตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่าผมอยากพากเพียรแต่ล้มเหลวในการเป็นนักเขียนดีกว่ายอมเขียนอะไรบางอย่างที่ไม่ทำให้ผมหัวเราะได้เล็กๆ น้อยๆ

หนังสือของคุณวางขายในหลายประเทศทั่วโลก คุณรู้สึกอย่างไรกับความสำเร็จนี้?

เป็นปีที่แปลกมาก

ตอนที่เขียนเรื่อง ศพตุ๊กตา ผมไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะได้ตีพิมพ์ด้วยซ้ำ ผมเขียนแบบตามใจตัวเองสุดๆ มันคือหนังสือที่สมบูรณ์แบบของผม ซึ่งถ้าผมโชคดีพอ ก็อาจจะพอมีที่ทางเล็กๆ ที่ไหนสักแห่งในตลาดสำหรับกลุ่มคนที่เหมือนผม ดังนั้นผลตอบรับของหนังสือเล่มนี้จึงเป็นเรื่องที่ทำให้ผมงุนงงมาก และจนป่านนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง

เวลานี้ผมแค่พยายามจดจ่ออยู่กับการเขียนเล่มสองและเล่มสามให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

แบกซ์เตอร์กับฟอกส์จะกลับมาอีกครั้งในปี 2018 เราคาดหวังอะไรได้บ้าง?

แน่นอนว่าหนังสือเล่มสองจะต้องเป็นภาคต่อตามสูตรสำเร็จทั่วไป มันจะต้องยิ่งใหญ่ขึ้น ดาร์กขึ้น และน่าตกใจมากขึ้นแบบที่คุณคาดหวังไว้นั่นแหละ แต่ขณะเดียวกันมันก็จะตลกขึ้น กินใจขึ้น และเข้าถึงตัวตนมากขึ้นด้วย ตัวละครที่คุ้นเคยบางตัวจะกลับมา แต่ก็จะมีตัวละครใหม่ด้วย และใช่ครับ ผมรู้ดีว่านี่เป็นคำตอบที่คลุมเครือที่สุดที่เคยมีมา...ผมได้แต่ขอโทษครับ

สิ่งที่ผมจะพูดก็คือ มันจะให้ความรู้สึกต่อเนื่องจากเล่มหนึ่งได้อย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม เราจะร่วมเดินทางไปกับแบกซ์เตอร์หลังเกิดเหตุการณ์ ศพตุ๊กตา มาได้สิบแปดเดือน แบกซ์เตอร์ต้องพยายามรับมือกับผลกระทบที่ตามมาจากคดีอื้อฉาวทั้งในชีวิตส่วนตัวและในหน้าที่การงานโดยที่ไม่รู้เลยสักนิดว่า เรื่องเลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง...