Talk to ชญาน์พิมพ์
กว่าจะมาเป็น ‘ปีศาจวิทยา’

แนะนำตัว และเกริ่นคร่าวๆ ถึงเรื่องราวใน ปีศาจวิทยา สำหรับนักอ่านที่อาจจะยังไม่เคยอ่านผลงานของ ชญาน์พิมพ์ หน่อยค่ะ
สวัสดีค่ะ ชญาน์พิมพ์ค่ะ เป็นนักเขียนนิยายรักที่ถนัดแนวโรแมนติกพารานอร์มอลกับแนวบู๊ล้างผลาญที่สุดค่ะ (ฮา) เขียนนิยายมานาน ๒๐ ปีแล้วและคิดว่าจะเขียนไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ค่ะ
สำหรับปีศาจวิทยา เป็นนิยายแนวโรแมนติกพารานอร์มอลเกี่ยวกับเทพเจฮูตี เทพเจ้าอียิปต์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งปัญญาที่ได้รับบัญชาจากเทพราให้มาตามเก็บกวาดปีศาจบริวารของเทพซูเต็กห์ (หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนามเทพเซ็ต) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกนี้ ระหว่างภารกิจแสนสำคัญที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส เขาได้พบกับมายาวี นางเอกของเรื่องในเหตุปล้นโบราณวัตถุโดยไม่คาดคิด และด้วยความผิดพลาด นางเอกของเราก็ถูกปีศาจที่เขาตามไล่ล่าอยู่หลุดเข้าไปสิงในหัวใจ ก่อนจะนำมาซึ่งการผจญภัยอันแสนพิสดารที่กลายมาเป็นเส้นทางแห่งความรักในที่สุดค่ะ
ความท้าทายในการเขียนนิยายเรื่องนี้คืออะไรคะ
โอ้โห เยอะมากเลยค่ะ อย่างแรกคือการไปลงคอร์สเรียนการอ่านอักษรไฮโรกลิฟกับเรียนเรื่องปีศาจและเวทมนตร์คาถาของอียิปต์โบราณเพิ่มเติม เพื่อให้มีพื้นฐานพอที่จะเขียนถึงท่านเทพผู้ทรงปัญญาที่สุดในโลกหล้าได้ก่อน ท่านจะได้ไม่มาเข้าฝันบ่นเอาได้ว่าทำไมไม่เขียนให้เราดูฉลาดสมเกียรติหน่อย (ฮา) อ่านหนังสือเพิ่มเติมเยอะมากด้วยค่ะเพื่อให้เข้าใจแนวคิดและดึงบรรดาเทพเจ้าต่างๆ มาเสริมทัพในเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์มากขึ้น แล้วก็ต้องพยายามไม่ให้มีความเป็นวิชาการมากจนลืมไปว่านี่คือนิยายไม่ใช่สารคดีด้วยค่ะ
ชญาน์พิมพ์จะยึดหลักเสมอว่า ความบันเทิง ๗๐ ความรู้ ๓๐ จะได้ไม่ทำให้ผู้อ่านเครียดหรือเบื่อระหว่างทางจนเกินไป เพราะนักอ่านทุกท่านเก่งกันอยู่แล้ว หากอยากรู้เพิ่มเติมก็สามารถต่อยอดหาเรื่องที่กล่าวถึงในนิยายอ่านกันต่อเองได้ด้วยค่ะ
มีอุปสรรคหรือสิ่งที่คิดว่ายากในการเขียนเรื่องนี้ไหมคะ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้คือยึดหลักการเขียน ความบันเทิง ๗๐ ความรู้ ๓๐ แล้วตรงความรู้ ๓๐ นี่ละค่ะที่ยากมาก เพราะจะต้องหาจังหวะใส่ลงไปให้พอดีกับเนื้อเรื่องแบบไม่ยัดลงไปทั้งกระบิพร้อมๆ กับต้องให้เหตุการณ์ต่างๆ ของตัวละครดำเนินไปอย่างไม่สะดุด บางเรื่องที่อุตส่าห์ไปเก็บข้อมูลมาจากลูฟวร์หรืองานนิทรรศการอียิปต์ที่ปักกิ่งก็ต้องม้วนเสื่อเก็บกลับไปก่อน เพราะเยอะเกินไป ไม่เหมาะกับเส้นเรื่อง เก็บเอาไว้เรื่องอื่นแทนก็ได้ แค่นี้ก็ปาเข้าไปห้าร้อยกว่าหน้าแล้วนะคะ
ส่วนไหนของเรื่องที่ผู้เขียนประทับใจมากที่สุดคะ
น่าจะเป็นเรื่องของเกร็ดความรู้ต่างๆ รวมไปถึงอักษรไฮโรกลิฟที่ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์โอ๊ต ณัฐพล เดชขจรค่ะ บางทีติดขัดเรื่องข้อมูลตรงไหน อาจารย์ก็ช่วยให้ความกระจ่างตลอด หรือหากอยากได้ประโยคที่ใช้ภาษาโบราณพร้อมตัวอักขระไฮโรกลิฟ อาจารย์ก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เป็นส่วนของการทำงานที่สนุกมาก เพราะได้คิดอะไรใหม่ๆ สอดแทรกเข้าไปกับเนื้อเรื่องตลอด โดยเฉพาะเรื่อง ‘กินห่านดิบ’ ของออมเซติ ที่ต้องหาช่องใส่ให้ได้ค่ะ มันตรงกับเนื้อเรื่องและเป็นมุกขำๆ ที่คนเขียนกรี๊ดมาก ส่วนความหมายของ ‘กินห่านดิบ’ คืออะไร ขอให้นักอ่านทุกท่านไปอ่านได้ใน ‘ปีศาจวิทยา’ นะคะ
ผู้เขียนชอบตัวละครใดในเรื่องมากที่สุดคะ เพราะอะไร
แน่นอนว่าต้องเป็นท่านเจฮูตี พระเอกของเรื่องกับบาบา เดอะบาบูน ร่างแยกของเขาค่ะ ดูเผินๆ ทั้งคู่หน้าตาเหมือนกันราวส่องกระจก ถึงจะต่างกันตรงทรงผมกับสีผม แต่นิสัยกวนโอ๊ย เย่อหยิ่ง จองหองไม่แพ้กันค่ะ ท่านเทพผู้เป็นเจ้านายอาจจะวีนร้ายกาจกว่าหน่อย ประสาอัจฉริยะอารมณ์ร้าย แต่ที่เหมือนกันเปี๊ยบคือปากร้ายใจดีค่ะ ต่อให้ทำเหมือนไม่แคร์โลกแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่ใจร้ายพอที่จะปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนได้ เป็นตัวละครสองตัวที่เวลาเขียนถึงสนุกมากเลยค่ะ
อยากให้พี่นิยามความรักของ ธีโอ กับ มายาวี หน่อยค่ะ
ความรักของธีโอกับมายาวีเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนค่ะ คือถ้าซับซ้อนมากก็ไม่น่าใช่ความรักนะคะ เหมือนกับที่เราๆ ตกหลุมรักใครสักคนในชีวิตจริงนั่นละค่ะ ธีโออาจจะมีชีวิตยาวนานและค่อนข้างปิดกั้นตนเองออกจากทั้งมนุษย์และเทพผู้อื่น พอได้สัมผัสกับความห่วงใยของมายาวีแบบที่ไม่เคยมีใครมอบให้แก่เขามาก่อน เขาก็เลยรู้สึกว่าเอ๊ะ...ยายเด็กน่ารำคาญคนนี้จริงๆ ก็ไม่ได้น่ารำคาญเท่าไหร่นี่นา และจาก ‘เอ๊ะ’ แค่ครั้งเดียวนั่นละค่ะก็กลายเป็นความสนใจในตัวของนางเอกขึ้นมา
นิยามที่น่าจะใกล้เคียงกับความรู้สึกที่ท่านเทพมีต่อมายาวีที่สุดก็น่าจะเป็น ตัวตนในด้านสติปัญญาตกหลุมรักเธอ ตัวตนด้านที่เป็นสัญชาตญาณดิบก็โหยหาเธอเช่นกัน
มีข้อคิดอะไรอยากส่งต่อผู้อ่านผ่านนิยายเรื่องนี้ไหมคะ
ข้อคิดจากเรื่องนี้คือไม่ว่าจะมนุษย์หรือเทพก็มีทั้งด้านมืดและด้านสว่างอยู่ด้วยเสมอ ไม่มีสิ่งใดที่ดีงามหรือชั่วร้ายร้อยล้านเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเดินไปในเส้นทางไหน ไปมืดก็พบความมืด ไปสว่างก็พบความสว่าง หากใช้ความรักบริสุทธิ์นำทาง เราจะไม่มีวันหลงทางแม้อยู่ในคืนอันมืดมิดที่สุดในชีวิตค่ะ
ฝากผลงานหน่อยค่ะ
ก็ขอฝากปีศาจวิทยาไว้ในอ้อมใจนักอ่านด้วยนะคะ (เชยมาก) เป็นนิยายที่ตั้งใจเขียนและหาข้อมูลมากมายมหาศาลกว่าจะคลอดออกมาเป็นเรื่องนี้ได้ และหวังว่าความตั้งใจในการทำงานนี้จะส่งผ่านไปถึงหัวใจของนักอ่านทุกท่านด้วยค่ะ ขอบพระคุณที่ทุกท่านให้การสนับสนุนชญาน์พิมพ์เสมอมา และจะตั้งใจสร้างผลงานใหม่ๆ มาให้อ่านกันอีกนะคะ