2

2

2

 

ดวงตาคู่หวานของคริษฐาจดจ้องใบสำคัญการหย่าซึ่งวางโชว์หราอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นของบ้านอย่างไม่ยอมละสายตา

นับจากนี้เธอไม่ใช่ นางคริษฐา มาการิต้า อิชยกุล อีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วโดยที่ตัวเธอเองไม่สามารถควบคุมได้...เธอเซ็นใบหย่าไปโดยไม่ได้คิดพิจารณาอะไรเลย ในสมองมีแต่คำว่าในเมื่อเขาต้องการเธอก็จะทำให้

ขวามือของหญิงสาวตอนนี้มีคุณนายนรินผู้กลายเป็นอดีตแม่สามีนั่งอยู่ ขณะที่ด้านซ้ายเป็นมาดามมารีน่าคุณแม่ชาวรัสเซียของเธอ ทั้งสองท่านตรงดิ่งมาที่บ้านทันทีที่เธอโทร. ไปบอกว่าเธอและคีรินทร์ได้ตัดสินใจหย่าร้างกันแล้ว จนกระทั่งบัดนี้คุณนายนรินและมาดามมารีน่าก็ยังคงบ่นโวยวายไม่หยุด

“ทำไมถึงได้ตัดสินใจกันปุบปับ ไม่กลัวพ่อแม่หัวใจจะวายรึไงฮะ เด็กพวกนี้นี่ ทำอะไรไม่ปรึกษาพ่อกับแม่ น่าตีจริงๆ เลย”

แม้ว่าทั้งคู่จะโวยวาย แต่คริษฐาก็หาได้เก็บมาใส่ใจ สติและสมาธิยังคงอยู่กับใบหย่าบนโต๊ะจนกระทั่งได้ยินเสียงพวงกุญแจกระทบกันดังมาจากบันได เธอจึงละสายตาไปมอง

เป็นเขานั่นเอง...เขาไม่ได้ลงมาตัวเปล่า สะพายกระเป๋าเป้ใบโตลงมาด้วย

“นั่นแกจะไปไหนตาคีย์”

“ไปทำงานสิครับ จะให้ไปไหนล่ะ” คีรินทร์ตอบกลับราวกับไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ไปนะครับ สวัสดีครับ”

“อ้อ บ้านนี้ผมยกให้เคทนะ แม่ให้ทนายจัดการให้ด้วย” เขาทิ้งท้ายก่อนจะก้าวเดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับมา คนที่นั่งมองอยู่ได้แต่พากันงุนงงไปตามๆ กันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“เคท ได้ทะเลาะอะไรกันรึเปล่า”

“เปล่าค่ะแม่ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย แต่ช่างเขาเถอะค่ะ เขาจะไปไหน ทำอะไรก็ช่างเขา เคทกับเขาไม่เกี่ยวกันแล้ว หลังจากนี้ชีวิตเคทจะเป็นอิสระ แค่เป็นม่ายเคทไม่ตายหรอก” หญิงสาวตอบกลับก่อนจะหยิบใบหย่าและลุกเดินไปยังบันได ราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับการเดินจากไปของคีรินทร์แม้แต่น้อย 

คุณนายนรินและมาดามมารีน่าได้แต่ฉงน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทอดถอนใจให้กัน

 

สาวร่างบางเดินเข้ามาภายในห้องที่ยังคงสภาพเดิม ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกระดาษโพสต์-อิตแปะอยู่บนบานกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ๆ และอ่านข้อความบนนั้นก่อนจะนิ่งไป

‘Every ending has a new beginning. ทุกๆ จุดจบ คือสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...สักวันเราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกันด้วยรักและความเต็มใจ’

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอไม่เข้าใจสิ่งที่คีรินทร์ต้องการสื่อ แต่สิ่งที่เธอเข้าใจมันจะเป็นความหมายเดียวกับที่เขาสื่อหรือไม่ อันนี้เธอไม่รู้

หญิงสาวเบนสายตาหนีโดยไม่คิดจะเก็บกระดาษโน้ตที่คนจากไปทิ้งไว้ให้ แล้วก้าวไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะจัดแจงเก็บเสื้อผ้าข้าวของของตนใส่กระเป๋าสัมภาระบ้าง

“สักวันอย่างนั้นเหรอ เหอะ มันไม่ง่ายหรอกตาบ้า”

คริษฐาไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางที่ถูกบอกเลิกแล้วจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟาย โอเค! ในตอนแรกเธออาจจะตกใจ คิดอะไรไม่ออกอยู่บ้าง แต่โน้ตที่คีรินทร์ทิ้งไว้ก็ทำให้ทุกอย่างจางหายไป

ในความคิดของคริษฐาสิ่งที่คีรินทร์ต้องการจะสื่อทั้งหมดก็คือยกบ้านให้เธอ ให้เธออยู่ที่นี่เพื่อรอเขากลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันในสักวันหนึ่ง...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ 

แต่ถ้าเธอทำตามนั้น เธอก็ไม่ต่างจากของตายที่เขาหันมาเมื่อไหร่ก็ยังวางอยู่ที่เดิมน่ะสิ...ฝันไปเถอะ

นั่นไม่ใช่สไตล์ของเธอ คีรินทร์จะต้องสำนึกกับการคิดว่าเธอเป็นของตาย และต้องเสียดายจนแทบบ้าที่กล้าบอกเลิกเธอด้วยความคิดบ้าๆ บอๆ

และสิ่งที่หญิงสาวทำเป็นอันดับแรกหลังจากเห็นโน้ตของอดีตสามีก็คือการตัดสินใจเก็บกระเป๋าและออกไปจากอะไรเดิมๆ และที่เดิมๆ ที่เคยอยู่ เขาจะให้เธอรออยู่ที่นี่เธอก็จะไม่รอ...แล้วเขาจะได้รู้ว่าไม่ควรสิ้นคิดขอเลิกกับเธอ

 

สัปดาห์ต่อมา

ว่ากันว่าอยากทำให้ใครเสียดายก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น ยิ่งถ้าอยากให้แฟนเก่า สามีเก่า หรือคนสิ้นคิดเสียดายเล่น เพื่อความสะใจเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องทำให้ตัวเองสวยขึ้น ดูดีขึ้นเสียก่อน คริษฐาเองก็เริ่มต้นทุกอย่างด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน

แม่ม่ายหมาดๆ ที่วันนี้แตกต่างไปจากเดิมเดินตรงเข้ามาภายในร้านอาหารเจ้าประจำที่มักเป็นที่นัดเจอกันระหว่างเธอกับเพื่อนสนิท ก่อนจะมองหาเพื่อนที่นัดกันไว้ ทันทีที่รู้พิกัดของเพื่อนที่นัดไว้หญิงสาวก็ก้าวเข้าไปหาพร้อมกับส่งเสียงทักทันที

“ไฮ”

“อุแม่!!! เกิดอะไรขึ้นคะชะนี ผมยาวสลวยจนตุ๊ดอิจฉาของหล่อนทำไมเหลือแค่นี้ แล้วดูซินี่ แต่งหน้าด้วย ปกติเบาๆ ไม่ใช่เหรอลูกสาว ทำไมตอนนี้หล่อนสวยเบอร์นี้ได้ล่ะ” เสียงที่ดัดให้ดูอ่อนกว่าน้ำเสียงจริงของชายหนุ่มหัวใจสาวเอ่ยทัก พร้อมกับมองคนที่ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าอย่างพิจารณา

วันนี้คริษฐาแตกต่างไปจากคริษฐาคนเดิมมาก ผมยาวสลวยที่หญิงสาวมักจะมัดเป็นทรงดังโงะครึ่งหัวถูกซอยสั้นสไลซ์ปลายผมไล่ระดับ ผมด้านหน้ากลายเป็นหน้าม้ายาวปาดข้าง

ใบหน้าที่ไม่ค่อยจะเติมแต่งมากนักวันนี้ถูกแต่งแต้มเสียจนแปลกตา ไม่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก็มองออกว่าคริษฐาคนนี้แตกต่างไปจากปกติ จากลุคหวานซ่อนเปรี้ยวกลายเป็นลุคสาวเท่ๆ ลุยๆ จนสังเกตได้...เกิดอะไรขึ้นกับคริษฐาเพื่อนรักของเขา

“เกิดอะไรขึ้นกับหล่อนคะชะนี ตอบ!!!”

“จะเอาตรงๆ?” คริษฐาถามกลับพร้อมกับแสดงสีหน้าขบขันเมื่อเห็นว่าเพื่อนหนุ่มใจสาวคนสนิทของตนอย่างกรินยกรหรือเกรซมีสีหน้าตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงของตนขนาดไหน

“ก็ตรงๆ สิยะ เดี๋ยวแม่ฟาดซะนี่”

“ตรงๆ ก็คือ...ผัว-ทิ้ง” คริษฐาเอ่ยช้าๆ ชัดๆ ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้ง “อ่านปากคริษฐานะคะนังตุ๊ด ผัว-ทิ้ง-ค่ะ

“ยัยเคท! อย่ามาล้อเล่นนะแก มันไม่ขำนะเว้ย”

“ก็ไม่ได้พูดให้ขำ พูดความจริงชัดๆ เลยอีเจ๊” หญิงสาวบอกแล้วก็ยักไหล่ “แต่ฉันไม่แคร์เว้ย แกไม่ต้องตกใจ”

“จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงวะ เล่ามายัยเคท แกต้องเล่ามาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะอกแตกตาย เดี๋ยวนี้!!!”

“ไม่เล่า...รอยัยเจี๊ยบ กับไอ้ปรานมาก่อนจะได้ไม่ต้องเล่าหลายที โอเค้?”

“ย่ะ แล้วแต่หล่อนเลยย่ะ” กรินยกรตอบรับอย่างประชดประชันแต่ก็ไม่เซ้าซี้ต่อ ด้วยรู้ว่าเซ้าซี้แค่ไหนคริษฐาก็จะไม่ตอบจนกว่าเพื่อนอีกสองคนจะมาถึง คริษฐาเป็นอย่างนี้เสมอ

“แล้วนี่ไอ้ปรานกับนังลูกเจี๊ยบไปไหนเนี่ย นัดกันซะดิบดี ออกจากบริษัทมาก็พร้อมกัน แต่ทำไมมันยังไม่พากันมาเนี่ย”

“อย่าบ่นเยอะเลยน่าเกรซซี่”

“ก็ฉันอยากจะรีบๆ ฟังให้เคลียร์ไง ถ้าสองตัวนั้นยังไม่มาแกก็ไม่บอก ฉันจะทำอะไรได้นอกจากบ่น น้องพลอยจ๋า เจ๊ขอขนมหวาน  มากินแก้หิวเผือกหน่อย” กรินยกรว่าแล้วก็สั่งของหวานมาเพิ่มเพื่อปิดปากจนกว่าเพื่อนอีกสองคนจะมาถึง ส่วนคนต้นเรื่องอย่างคริษฐานั้นได้แต่ส่ายหน้าและชวนคุยเรื่องอื่นระหว่างรอเพื่อนสนิทอีกสองคนที่ยังมาไม่ถึง

แต่เล็กจนโตคริษฐามีเพื่อนที่สนิทกันมากเกาะกลุ่มกันมาด้วยกันสามคน คือกรินยกร สถาปนิกหนุ่มใจสาวที่มีฝีมือการออกแบบไม่เป็นสองรองใคร จิรชาหรือลูกเจี๊ยบ สถาปนิกสาวห้าวที่หลายคนหลงเข้าใจว่าเป็นสาวหล่อ และปวินหรือปราน สถาปนิกหนุ่มแท้หนึ่งเดียวในกลุ่ม

หญิงสาวและเพื่อนทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งจบปริญญาตรี แม้แต่ตอนนี้เอง กรินยกร ปวิน และจิรชาก็ยังคงเกาะกลุ่มทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกัน จะมีก็แต่คริษฐาที่ลาออกจากบริษัทเพื่อมาทำหน้าที่ดูแลเด็กชายคีรกรเต็มตัวหลังจากที่เพิ่งทำงานที่บริษัทได้เพียงแค่ครึ่งปี

สำหรับคริษฐาแล้วเพื่อนทั้งสามคือเพื่อนที่เธอไว้ใจที่สุด ไม่ว่ามีเรื่องอะไรเธอก็กล้าที่จะพูดให้อีกสามคนฟังโดยไม่ต้องกลัวว่าทั้งสามคนจะปากโป้งไปบอกใคร ในเวลาที่มีเรื่องให้คิด หรืออัดอั้นไม่รู้จะพูดกับใครคริษฐาจึงคิดถึงทั้งสามคนก่อนใคร...ดังเช่นวันนี้ที่เธอมีเรื่องให้คิด จนต้องเรียกเพื่อนๆ มารับประทานข้าวเย็นด้วยกัน

รอไม่นานปวินและจิรชาก็มาถึง กรินยกรรีบเปิดประเด็นทันทีก่อนที่คริษฐาจะยอมเล่าให้เพื่อนสนิททั้งสามคนได้ฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น กรินยกรซักไซ้อยู่หลายข้อ ก่อนจะมีสีหน้าหมองลงราวกับว่าตนเป็นคนที่ต้องเป็นม่ายเสียเอง

“ไม่ต้องตีหน้าเศร้า ฉันไม่ได้เป็นอะไร และที่เล่าให้ฟังเนี่ยไม่ได้จะมาปรึกษาว่าทำยังไงถึงจะมูฟออน หรือทำยังไงสามีถึงจะกลับมา ฉันเรียกพวกแกมาช่วยคิดว่าฉันควรทำยังไง บอสถึงจะรับฉันกลับเข้าไปทำงานต่างหาก”

“อ้าว แกไม่ได้เรียกพวกฉันมาปลอบหรอกเหรอ”

“ก็ไม่น่ะสิ” คริษฐาตอบรับโดยไม่แสดงออกว่าโกหกแต่อย่างใด ก่อนจะยักไหล่ “ฉันไม่ได้เศร้า ฉันมูฟออนได้แล้วย่ะ เรื่องหลัวน่ะฉันจัดการได้ พวกแกไม่ต้องยุ่ง เรื่องที่พวกแกต้องทำคือคิด คิด คิด ว่าฉันต้องทำยังไงเรื่องบอส”

“แกจะไปคิดมากอะไร ไอ้ปรานมันคุยได้” กรินยกรเสนอแนะพลางกระทุ้งศอกใส่ปวินที่เป็นน้องชายภรรยาเจ้าของบริษัท

“เดี๋ยวฉันลองคุยกับพี่นิคให้ แต่อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากนะ ตอนนี้บริษัทกำลังจะเปลี่ยนมือ พี่นิคจะให้น้องชายต่างแม่ที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกามารับช่วงต่อ” ปวินไม่ปฏิเสธที่จะช่วยพูดให้ แต่ก็บอกให้หญิงสาวเผื่อใจไว้ด้วยเนื่องจากบริษัทที่พวกเขาสามคนทำงานอยู่นั้นกำลังจะเปลี่ยนมือผู้บริหาร 

“ขอบใจแกนะปราน แต่ที่ฉันกังวลคือบอสจะรับเหรอ ฉันเคยฉีกสัญญากับเขานะเว้ย”

“พี่นิคไม่คิดมากหรอก เจ๊ก็รักแกอย่างกับน้อง ถ้าพี่นิคไม่โอเคฉันจะให้เจ๊ปริมช่วยพูด เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล กังวลเรื่องแกจะได้เซ็นสัญญากับบริษัทก่อนที่บริษัทจะเปลี่ยนผู้บริหารมั้ยเถอะ ฉันไม่สนิทกับน้องชายพี่นิคคนนี้เลย” เพื่อนหนุ่มคนเดียวในกลุ่มบอกก่อนจะมีสีหน้าครุ่นคิด จากนั้นไม่นานจึงเอ่ยต่อ “เออ ระหว่างนี้แกก็มาช่วยฉันคุมงานก็แล้วกัน มีผลงานฉันจะได้พูดกับพี่นิคได้ง่ายขึ้น”

“โอเค ไม่มีปัญหา เริ่มงานพรุ่งนี้เลยก็ได้”

“เรื่องงานไม่น่ามีปัญหาแล้วนะ วนกลับมาเรื่องผัวอีกทีดิเคท ตกลงเลิกจริง เลิกขาดมั้ย” จิรชาแทรกถามหลังจากที่เห็นวี่แววว่าเรื่องงานคงไม่มีปัญหาอะไร

คำถามนี้พุ่งตรงจนคริษฐาแทบจะสำลักน้ำที่ยกขึ้นมาจิบแก้กระหาย หญิงสาวถอนใจก่อนจะยักไหล่ “ตอนนี้เลิก อนาคตอาจจะรีเทิร์น ตอบได้แค่นี้”

“แล้วตอนนี้แกกำลังทำอะไรอยู่ หางานทำ ทำตัวสวย คือจะเรียกร้องความสนใจ? หรือว่ามูฟออนจริงๆ จังๆ”

“ฉันหางานทำก็เพื่อหาเงินเพราะคีย์คงไม่ได้ส่งให้แล้ว ส่วนที่ทำตัวสวยเปลี่ยนลุคเนี่ยก็แค่...สวยให้คนเสียดายเล่น ขำๆ เท่านั้น”

“สวยให้คนเสียดายเล่น?” ไม่เพียงแค่จิรชาที่ไม่เข้าใจ ปวินและกรินยกรเองก็ถามขึ้นมาพร้อมเพรียงกันด้วยไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคริษฐากำลังทำอะไร

“พวกแกเคยได้ยินคำว่า สวยให้ผู้เสียดายเล่นมั้ย ฉันก็กำลังทำอยู่ ฉันจะสวย จะเท่ เสน่ห์แรงให้ไอ้คนที่มันกล้าขอหย่าฉันรู้สึกเสียดายและหึงจนเลือดขึ้นหน้าให้ได้”

“เฮียคีย์น่าจะมีเหตุผลของเขา เดี๋ยวจบเรื่องเขาก็มา แกจะมาสวยให้เขาเสียดายให้เขาหึงทำไมวะ ในเมื่อโน้ตก็น่าจะสื่ออยู่แล้วว่าเขาจะกลับมา” ปวินที่ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเพื่อนสาวจะทำแบบนี้ไปทำไมถามบ้างอย่างเอือมระอา

“เขาอาจมีเหตุผล มีภารกิจ หรือมีอะไรที่สำคัญสักอย่างทำให้ต้องไป อันนั้นเข้าใจ แต่เขาควรบอกเหตุผลฉันสิ นี่เขาไม่บอก เขาขอหย่าเลย แล้วสื่อว่าให้ฉันรอ...แกไม่คิดว่าเขามองฉันเป็นของตายเหรอ รักมั้ยก็ไม่เคยพูด แล้วจะมาให้รอ เหอะ มันไม่ง่ายหรอก ฉันไม่ใช่ของตาย ฉันมีหัวใจ” 

คริษฐาตอบกลับตามความคิดของตัวเองก่อนจะชี้หน้าห้ามปวินที่อ้าปากจะพูดต่อ “หยุดเลยปราน แกไม่ต้องเข้าข้างเฮียคีย์ของแก ถ้าคราวนี้จะกลับมาเริ่มต้นใหม่กัน ฉันต้องกำราบเฮียคีย์ของแกให้อยู่หมัด แกไม่ต้องมาเปลี่ยนความคิดฉัน ถ้าฉันไม่ให้บทเรียนเขาซะบ้าง กลับมาเริ่มกันใหม่ฉันก็เสียเปรียบอีกสิ”

ปวินฟังจนจบก็พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ “เออ จะทำอะไรแล้วแต่แกเลยคุณนาย แต่ก็อย่าเยอะเกินไป ฝากไว้แค่นี้”

“ช่างไอ้ปรานมันเถอะแก แต่ฉันเชียร์แกเต็มที่ เฮียคีย์ทำไม่ถูกที่อยู่ดีๆ ก็ขอหย่าแบบนี้ มันต้องสอนให้สำนึก”

“ใช่แล้วชะนี ฉันก็จะช่วย” กรินยกรและจิรชาที่เห็นด้วยกับความคิดของคริษฐาพากันสนับสนุน ก่อนที่จะช่วยคิดวิธีทำให้ข่าวคราวเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวเองของคริษฐาไปถึงหูคีรินทร์ 

ขณะที่ปวินที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของคีรินทร์ได้แต่นั่งถอนหายใจกับความคิดของเพื่อนสาว...ดูท่าไอ้ที่คีรินทร์คิดจะผิดไปโขเลยละ

งานหนักแล้วละเฮียคีย์’ 


รีวิวผู้อ่าน

0 ผู้รีวิว

จัดเรียงตาม

ความคิดเห็น